Wednesday, September 3, 2008

ศึกษา Object oriented Database จาก Db4o ตอน 1


Db4o เป็น Object oriented database ที่น่าสนใจและเหมาะจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาการทำงานและหลักการ ของ OODBMS โดย Db4oสนับสนุนการทำงานแบบ Java และ .Net framework สำหรับบทความนี้เราจะใช้ Db4o เวอร์ชั่น java




Tuesday, August 26, 2008

แก่นของ ITIL Core Guidance

จากบทความที่แล้วแนะนำเรื่องของ ITIL หัวข้อนี้จะพูดถึงกรอบแนวคิดของ ITIL ซึ่งหัวใจของมันคือเรื่องของกระบวนการบริหาร IT service ให้มีคุณภาพที่ดี ซึ่งจะประกอบด้วย
Core guidance ของ ITIL จะคลอลคลุมหัวข้อหลักดังด้านล่าง จะประกอบด้วยหนังสือหลัก 5 เล่ม

  • Service Strategy
  • Service Design
  • Service Transition
  • Service operation
  • Continual Service improvement

Saturday, August 23, 2008

เริ่มเขียนจาวา โดยใช้ netbeans

ผมสนใจจะเขียนจาวามาตั้งหลายปี แต่ไม่ได้เริ่มซะทีเพราะ แค่ไม่มี IDE (Integrated development Enviroment) ดีดี ต้องใช้ command line จะ debug แก้ไขโปรแกรมก็ลำบาก แถมเป็นคนความจำสั้น จำคำสั่งอะไร library กับ function ต่างๆ ไม่ได้ซักที การเขียนโปรแกรมประเภทที่เป็น GUI แทบจะเป็นฝันไก๊ไกล


Saturday, June 2, 2007

แนะนำ ITIL


ITIL ย่อมาจาก Information Technology Infrastructure Library (ITIL) เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นมาประมาณ 20 ปี แ่ต่เพิ่งได้รับความสนใจใน USA มาประมาณ 4-5 ปีมานี่เอง โดยปัจจุบัน ITIL กำลังจะเป็นเรื่องสำคัญในหัวข้อ Information Technology เกิดเป็นกระแส (buzz-word) และก่อให้เกิด Certification และการประชุม สัมนาที่เกี่ยวข้อง




Sunday, May 27, 2007

แนะำนำ google adsense และ adwords part 1


พอดีเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนนายเรียกให้มารับงานชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับการทำการตลาดทาง google โดยแกฝากให้ไปศึกษาความเป็นไปได้และเรื่องของค่าใช้จ่ายก็ได้ใช้เวลามาศึกษาดู


หลังจากรับงานมาเลยลองวางแผนว่าจะทำงานเป็นขั้นตอนอย่างไร ก็คิดได้ว่าน่าจะลองศึกษาเป็นขั้นๆ ดังนี้
1 ศึกษาเรื่อง Google adsense ก่อนโดยการ
- ทดลองสร้าง web ขี้นมา ก็คือเวบที่พี่น้องอ่านอยู่นี่
- ไปลองสมัคร Google adsense ดู
2 ลองศึกษาเรื่อง Google adwords ดูโดยการสมัคร adwords ดู





ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจแนวคิดของ google adsense และ adWords ก่อน โดยข้อเท็จจริงในการโฆษณาจะประกอบด้วยคนสองกลุ่มคือ ผู้ที่จะลงโฆษณา และเจ้าของเวบไซท์ที่จะให้คนมาลงโฆษณา รูปแบบโฆษณาก็ง่ายผู้จะลงโฆษณาก็นทำ banner ขึ้นมาแล้วก็ไปฝากไว้ใน web ที่ได้รับความนิยมเช่น www.manager.com คิดสตางค์กันโดยทั่วไปก็เป็นว่า จะแสดง banner 1000 ครั้งโดยคุณต้องจายเงิน 10,000 บาท (1000 impressions) ซึ่งในพันคนที่เห็น banner ของคุณอาจจะมีคน click banner ของคุณ 3 คน ต้นทุนต่อ 1 click ก็ ราวๆ 3,333.33 บาท(10,000/3) ระบบนี้เรียกว่า Cost Per Impression (CPM)

Google ใช้ระบบที่เรียกว่า Pay Per click (PPC) โดย google มองเห็นว่าผู้ไ้ด้ประโยชน์จากวิธีิการโฆษณาที่กล่าวมานั้นจะเป็น web site ใหญ่ที่มีผู้เข้าชมมากพอสมควร และ ผู้ที่จะลงโฆษณา (advertisement) ได้ก็ต้องมีสตางค์มากพอควร Google เขาคงคิดแล้วว่าคนเงินน้อยอยากโฆษณาผ่านทาง Internet และก็มี Website เล็กๆที่อยากมีโฆษณาบ้าง จะทำอย่างไรให้ 2 ฝ่ายนี้ได้ประโยชน์โดย Google ได้เงินด้วย Google จึงได้คิดระบบที่เรียกว่า Google AdWord และ adSense ขึ้นมาเพื่อเติมช่องว่างดังกล่าว

ระบบการโฆษณาของ Google เป็นระบบที่แสดงโฆษณาในเวบไซท์ของ google และพันธมิตร รวมทั้งเวบไซท์ที่เข้าโปรแกรม Google Adsense โดยเลือกโฆษณาที่มีเนื้อหาสำพันธ์กับ ข้อความ(keyword)ใน web site นั้น (Contextual relevant ads) ดูรายละิเีอียดที่ Google ads

สำหรับผู้ที่ต้องการจะลงโฆษณา
กระบวนการในการโฆษณาเริ่มโดยผู้ที่จะต้องการโฆษณาไปลงทะเบียน AdWords กับ Google โดยระบุว่า ต้องการใช้ Keywords อะไรลิงก์ไปยัง Web site สินค้าของตัวเองคำพูดที่ต้องการโฆษณา ตัวอย่างเช่น บริษัทโวยวายโลจิสติกส์ไปลงทะเบียนกับ Google adw ว่าจะต้องการลงทะเบียน Keyword คำว่า "Worldwide Logistics" ให้ Link ไปที่ www.wowailog.com แ'ละมีประโยคที่โฆษณาว่า "Worldwide Logistics, best services at cheapest cost"

หลังจากได้เลือก Keyword แล้วจะต้องกำหนดว่าเราจะจ่ายเงินเท่าไรต่อการ click เช่น 3 บาทต่อ click ทีนี้ถ้าเราเลือก Keyword นี้คนเดียวโอกาสที่โฆษณาของเราจะได้แสดงใน Web site ก็สูง แต่โดยทั่วไปก็มีคนอื่นเลือก keyword นี้เหมือนกันเช่น บริษัท สุำภาพขนส่งเลือก keyword "Worldwide logistics" เหมือนกันแต่จ่ายตังก์ 10 บาทต่อ click ที่นี้โฆษณาของเราอาจจะไม่ได้แสดงหรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่เตะตา วิธีอย่างนี้เหมือนกับการประมูล keyword

ดูรายละิเอียด Google adWords

สำหรับผู้ที่จะใช้ adSense
อันนี้จะง่ายกว่าโดยการที่เราไปลงทะเบียนกับ google ในเวบก็จะบอกขั้นตอนต่างๆเราก็ทำตามคำแนะนำของเขาไป ไม่อยากจริงๆ ครับ ดูรายละิเอียด Google adSense


Saturday, May 26, 2007

แนะนำ Information Lifecycle Management (ILM)


ปัจจุบันความต้องการเนื้อที่ hard disk ใน file server หรือ storage server (Network Attached Storage) SAN (Storage Area Network) เพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ทั้งจากความต้องการเก็บข้อมูลในรูปแบบที่หลากหลาย รวมทั้งข้อมูลที่เป็นสื่อผสม ไม่ว่าจะเป็น ออดิโอ วิดีโอ (audio, video) เราจะบริหารอย่างไร



1 ควบคุมปริมาณข้อมูล

ดูแลไม่ให้มีการใช้ Storage อย่างไม่เหมาะสม ประเภทไฟล์ต่างที่ไม่จำเป็น file ไหนไม่ใช้ก็ลบทิ้งไป file ไหนที่นานๆใช้ที่ก็สำรองข้อมูลลงไปเก็บใน CD หรือ DVD พวกไฟล์ที่ไม่เกี่ยวกับงานเช่นเพลง หนัง รูปภาพส่วนตัวก็ต้องกำจัดออกไป

กล่าวสั้นๆคือกำหนดนโยบายในการใช้ให้เหมาะสาม

2. หาเครื่องมือช่วยในการออกรายงานการใช้
ต้องมีเครื่องมือหรือโปรแกรมในการสรุปการใช้งานแยกตามประเภทของไฟล์ หรือผู้ใช้ จะให้ดีก็แจกจ่ายให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบจะได้รู้สึกว่ามีส่วนร่วม และ อาจจะกำหนดค่าใช้จ่ายให้กับการใช้เพื่อให้ผู้บริหารเข้าใจง่าย และรู้ว่าใครใช้ประโยชน์จาก storage อย่างสามเหตุผลหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไป โปรแกรมประเภทนี้จะแภมมากับตัว Storage อยู่แล้ว

3 ควบคุมการใช้งาน

ท้ายสุดเพื่อความสะดวกในกำหนดค่าที่ตัว Storage server โดยทั่วไปทำการ 2 รูปแบบ

a. กำหนด Quota ในการใช้งาน

b. กำหนดประเภท file ที่จัดเก็บได้ Storage บางตัวมีความสามารถในการป้องกับไม่ให้ copy หรือ save ไฟล์บาง format บน Server ได้

แนวคิดดังกล่าวข้างต้นชาวบ้านเรีียกกันว่า Information Life Cycle Management (ILM)

Information Lifecycle management at MSDN
Information life cycle management at EMC
Information life cycle management at Wikipedia
Record Management
Document Management System

แนะนำ open source OS


เดี๋ยวนี้มี Open source Software แจกจ่ายให้ใช้ฟรีมากมาย Open source software นั้นต่างจาก freeware ตรงที่นอกจากจะแจก Software ให้ใช้ฟรีแล้วผู้พัฒนาแกยังแถมตัว Source code ของโปรแกรมให้ด้วย แต่ก็มีเงื่อนไขว่าถ้าเราเอาโปรแกรมเขามาแก้ไขแล้วห้ามเอาไปขายต่อให้แจกฟรีได้เท่านั้น

บทความนี้จะแนะนำระบบ Operating System ที่เป็น Open source

1. Linux
Linux เป็น Operating System ที่ได้รับความนิยมสูงสุด รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทใหญ่ๆเช่น IBM Dell Intel. คุณคงเคยได้ยินคำว่า Linux Distribution อันว่า Linux Distribution นี้เกิดจากการที่ Linux นั้นเป็น Opensource แต่จะให้ผู้ใช้ทั่วไปอย่างผมไป Download หรือติดตั้งเองก็จะยุ่งยากเกินไป ก็เลยมีคนใจดีเขาทำการจัดรวมรวม Linux และก็ Software ต่างๆรวมทั้งทำโปรแกรมที่ช่วยในการ installation ให้ เราก็เรียกว่า Linux distribution ที่ได้รับความนิยมก็ได้แก่ Redhat Linux, Suse, Debian, CentOS, Knoppix (Linux ที่รันได้จาก CD, DVD)

Linux แต่ละ Distribution ถูกสร้างมาให้เหมาะสมกับการใช้งานที่ต่างกันเช่น สำหรับ Server สำหรับ Deskop สำหรับใช้บน Thumb drive

Linux สามารถทำงานได้กับหลากหลาย hardware และ CPU หลายประเภทเช่น SPARC MC Intel MIPS PocketPC Mobile


2. FreeBSD, OpenBSD, NetBSD
Operating system กลุ่มนี้จะเป็นระบบปฏิบัติการในสกุล BSD Unix ซึ่งเน้นเรื่อง Reliability (ความแน่นอน) Robust (ความอึด) และเรื่องของ Security เช่น IPSEC มี down time ที่ต่ำ มี ISP มากมายที่เลือกใช้ FreeBSD รวมทั้ง Yahoo ด้วย

นอกจากนี้ระบบปฎิบัติการนี้ยังสามารถรัน Application ของ Linux ด้วย

3. Darwin
เป็นระบบปฏิบัติการของบริษัท Apple โดยพัฒนาต่อมาจาก FreeBSD เพื่อให้สามารถทำงานได้บนเครื่อง Macintosh